วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

หัวหินสอน Jolly Phonics เก่ง ทุกทักษะ




สอนให้นักเรียน อ่านออก เขียนได้ พูดได้   พัฒนาทักษะให้เป็นเลิศ

คุณ พ่อคุณแม่อาจเคยเห็นคำว่า Phonics ตามโรงเรียนและสถาบันสอนภาษาบ่อยครั้ง ทราบหรือไม่ว่า Phonics นั้นไม่ใช่การสอนออกเสียงภาษาอังกฤษให้เหมือนเจ้าของ ภาษาอย่างที่คุณพ่อคุณแม่บางท่านเข้าใจนะคะ แต่เป็นระบบการสอนอ่านเขียนให้เด็กวัยเริ่มเข้าโรงเรียน 
ยกตัวอย่างเช่น เด็กที่ท่องจำ cat bat fat ได้ จะไม่สามารถอ่านคำใหม่ๆที่ใกล้เคียงกันได้ เช่น sat vat mat ในขณะที่เด็กที่เรียน Phonics จะแตกต่าง เด็กจะรู้สึกท้าทายที่จะอ่านคำใหม่ๆเพราะสามารถถอดรหัสและอ่านคำใหม่ๆนั้นได้อย่างมั่นใจและถูกต้องในเรื่องของสำเนียง
 เช่น
dog ถ้าอ่านตาม name ของมันคือ ดี-โอ-จี
ถ้าอ่านตาม sound ของมันคือ เดอะ - อ๊อ - เกอะ 


ถ้าเด็กเด็กออกเสียงพยัญชนะได้ถูกต้องจะง่ายในการหัดเขียนและการอ่าน รวมถึงการจดจำศัพท์ ไม่ว่าภาษาไทยหรืออังกฤษเพราะไม่ต้องใช้ความจำในการจำคำศัพท์ทั้งหมด แต่จะใช้ความเข้าใจเสียงของพยัญชนะ ทำให้สามารถรู้ว่าคำแต่ละคำสะกดอย่างไร

 Phonics โฟนิคส์  เป็นเครื่องมือเสริมอย่างหนึ่ง ที่สามารถช่วยเด็กในการอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง...ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การสะกด และการเขียนในที่สุด ที่จะช่วยอีกอย่างหนึ่งคือการเดาความหมายคำศัพท์ที่ตัวเองอาจจะรู้จากการใช้ในชีวิตชีวิตประจำวัน อยู่แล้ว แต่ยังอ่านไม่ออก...เช่นในกรณีของเด็กฝรั่ง...ทำให้สามารถอ่านคำยากออก
Phonics  ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในประเทศ เช่น อังกฤษ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เพราะเป็นวิธีที่ใช้มายาวนานและได้ผลจริง 



ปัจจุบันพ่อแม่ผู้ปกครองนิยมให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ยังเล็ก เนื่องจากต้องการให้ลูกได้ซึมซับสำเนียงที่เป็นต้นฉบับเจ้าของภาษาจริงๆ การจะเลือกสถานที่เรียนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งช่วงไตรมาสที่ผ่านมามีหลายสถาบันการศึกษาพยายามนำเทคนิควิธีการสอนภาษาอังกฤษแบบใหม่มาเป็นตัวสร้างจุดขาย เรียนภาษาอังกฤษแนวใหม่ หมดยุคท่องจำ แข่งนำเข้าเทคนิคใหม่สอนเด็กเล็ก

      จอลลี โฟนิคส์ (Jolly Phonics) มาใช้ คือ การสอนการออกเสียง (โฟนิคส์) ที่เน้นความสนุกสนาน ใช้ประสาทสัมผัสหลายด้าน และให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยสอนการออกเสียงตัวอักษรภาษาอังกฤษกว่า 40 ตัวอักษรแก่เด็กอย่างรวดเร็ว และส่งเสริมให้เด็กๆ นำความรู้เรื่องการออกเสียงมาใช้ในการอ่านและเขียนคำต่างๆได้ตั้งแต่อายุยังน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้



     ซู ลอยด์ และ ซารา เวิร์นแฮม ครูชาวอังกฤษ อธิบายว่า การเรียนการสอนจะไม่เน้นท่องจำตัวอักษร ABC แต่จะเป็นการเรียนรู้การออกเสียงผ่านเรื่องราว เน้นเรื่องการผสมคำเพื่อให้เด็กรู้สึกเป็นเจ้าของคำศัพท์นั้นๆ ซึ่งจะทำให้เด็กรู้จักตัวอักษรและคำศัพย์โดยไม่ต้องท่องจำ แม้แต่เด็กที่ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาก่อนก็สามารถเรียนได้ นอกจากนี้ยังช่วยในการเปล่งเสียง ซึ่งจะตัดปัญหาสำเนียงที่ไม่ถูกต้อง ขณะที่เด็กที่ผ่านการเรียนแบบท่องจำมาตลอด จะรู้จักเฉพาะคำศัพย์ที่ท่องมาเท่านั้น

     ทั้งนี้ การเรียนการสอนเสียงต่างๆ จะเรียงตามลำดับที่กำหนดไว้เป็นพิเศษ ไม่ใช่ตามลำดับตัวอักษร ซึ่งจะช่วยให้เด็กสามารถเริ่มสร้างคำได้ตั้งแต่อายุยังน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยแต่ละเสียงมีการใช้ท่าทาง เรื่องราว และรูปภาพประกอบ ซึ่งจะดึงดูดความสนใจของเด็กและให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน

     ซู ลอยด์ และ ซารา เวิร์นแฮม บอกอีกว่า โปรแกรมจอลลี โฟนิคส์ช่วยสร้างเสริมทักษะและกลวิธีในการเรียนรู้คำใหม่ๆ โดยจะส่งเสริมให้เด็กๆเป็นนักอ่านและนักเขียนด้วยตัวเองตั้งแต่เริ่มแรก และเลี่ยงวิธีการเรียนรู้แบบท่องจำ


  


   นอกจากการเพิ่มช่วงอายุการอ่านและการออกเสียงแล้วระบบ จอลลี โฟนิคส์ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เด็ก ซึ่งในเวลาอันสั้น เด็กจะสามารถอ่านและเขียนหนังสือได้หลากหลายประเภท และเนื่องจากการสอนทักษะการออกเสียงขั้นพื้นฐานที่จำเป็นเหล่านี้กระทำอย่างรวดเร็ว ทำให้เด็กๆ สามารถพัฒนาไปสู่ขั้นตอนการเขียนเชิงสร้างสรรค์ได้เร็วขึ้น และทำให้สอนกลวิธีการอ่านเอาเรื่องในขั้นสูงได้เร็วขึ้นด้วย

     "วิธีการสอนทำให้เด็กจะรู้สึกว่าตนเองคือ “เจ้าของ” ของเสียงเหล่านั้น ไม่ใช่ได้แต่เพียงความรู้เท่านั้น แต่เด็กๆ มักมีความกระตือรือร้นที่จะเปล่งเสียงของแต่ละคำออกมาในขณะที่เขียนและอ่าน อีกทั้งยังสามารถเขียนงานที่มีคุณภาพได้หลายหน้ากระดาษ" อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเทคนิคการสอนดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ ทว่า จอลลี โฟนิคส์ ยังใช้ได้ผลกับเด็กที่เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองโดยสามารถนำไปใช้ได้กับทั้งเด็กโตและผู้ใหญ่ในหลายประเทศทั่วโลก

     เด็กที่ใช้จอลลี โฟนิคส์ มีพัฒนาการเทียบเท่า หรือในหลายๆ กรณีก็สูงกว่ามาตรฐานของสหราชอาณาจักรที่ตั้งไว้ในหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติ (The British National Curriculum) และ the National Literacy Strategy ซึ่งปัจจุบัน มีโรงเรียนในอังกฤษกว่าร้อยละ 50 และโรงเรียนในสก็อตแลนด์กว่าร้อยละ 80 ใช้จอลลี โฟนิคส์ในการเรียนการสอน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียนนานาชาติทั่วโลก


     ซู ลอยด์ เล่าว่า ตนเคยสอนเด็กญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งไม่เคยมีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาก่อนเลย โดยใช้เวลา 3 เดือนเด็กทั้งคู่สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้ ด้วยการใช้เทคนิควิธีการดังกล่าว "เทคนิคการสอนแบบจอลลี โฟนิคส์ ใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงเด็กโต ซึ่งการเรียนการสอนก็จะมีความแตกต่างกันในแง่ของเนื้อหาที่เป็นไปตามอายุหรือพัฒนาการที่เด็กในวัยนั้นควรจะเป็น ซึ่งการสอนจะเดินไปทีละเรื่อง ซึ่งจะเพิ่มความซับซ้อนความยากขึ้นไปตามลำดับ"ซู ลอย กล่าวและว่า หลักสูตรยังเอื้อกับเด็กที่เรียนช้าหรือเด็กที่เข้ามาเรียนทีหลังอีกด้วย ซึ่งผลสำเร็จที่ได้จะไม่ต่างกัน

     ทั้งนี้ ความมั่นใจที่เกิดขึ้นในตัวเด็ก เป็นผลมาจากเด็กได้มีอิสระในการเขียน ในการคิดและในการอ่านเต็มที่ จากเทคนิควิธีการสอนที่ครูผู้สอนต้องเข้าใจหลักของจอลลี โฟนิคส์ ถ่องแท้จริงๆ ที่ต้องทำให้เด็กมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนในชั้นเรียนให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างจุดสนใจ ดึงดูดความสนใจ...  




หลักสูตรพิเศษ    ราคาสุดคุ้ม เดือนละ 1,000 บาท

สถาบันตั้งอยู่ชุมชนสวนลิง  ซอยชมสินธุ์ 26

ติดต่อครูแมว  0897423349